2005/Oct/19

ณ ดินแดนแห่งเทพนิยายอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา มีทั้งกษัตรย์ จอมขมังเวชน์ มหาปราช หรือแม้กระทั้งนักรบ มีสัตว์ในเทพนิยายรูปร่างแปลกตา ดั่งเช่น มังกร หรือนกฟีนิก ดินแดนแห่งความฝันนี้มีชื่อว่า แอลเลสเทีย
ณ ดินแดนแอลเลสเทียแห่งนี้ประกอบไปด้วย เมืองหลัก คือ โฮมอส เปรียบเสมือนเสาหลักแห่งแอลเลสเทีย เป็นเมืองที่ค้ำจุนแผ่นดินศักสิกด์ ผืนนี้และห้อมล้อมไปด้วย เมืองบริวารอีกแปด เมือง อันได้แก่


เมลิรินเมืองแห่งสายน้ำและจอมขมังเวชน์
เฟเลนเมืองแห่ง อัดคีและนักรบ
วินดัสเมืองแห่งวายุและนักปราช
เอิร์ทตี้เมืองแห่งพื้นดินและการค้า
ธันด้าเมืองแห่งอัศศนีและความยุติธรรม
มิวสิก้าเมืองแห่งเสียงเพลงและสิ่งบันเทิง
ฟอเรสเทียเมืองแห่งมวลพฤษาและการเกษตร
และ อิลลูลเมืองแห่งมายาและสิ่งลี้ลับ




โฮมอสแห่งนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นมือแห่ง กษัตรย์ผู้ยิ่งใหญ่ และ ขุนนางเอกทั้งหลาย เพราะฉะนั้น กษัตรย์แห่งเมืองนี้จึงได้ชื่อว่า มหากษัตรย์ แห่งกษัตรย์ ทั้งปวง

คิง อีลิก ฮอกเฟร์ เดอะคิง ออฟโฮมอส เป็น ราชา ที่ได้รับขนาดนามว่า คิง แห่งความยุติธรรมในราชสมัยของท่านประชาชนทุกคนล้วนอยู่อย่างมีความสุข และยิ้มด้วยรอยยิ้มจากก้นบึ้งของหัวใจ เมื่อกษัตรย์ของตน ตั้งมั่นอยู่ใน ทศพิศราชธรรม คิง อีลิก จึงเป็นที่รักของใคร่ของประชาชนแห่ง โฮมอส และแน่นอน รวมถึงทั่วทั้ง แอลเลสเทียด้วย


เจ้าชาย อลันเนส ฮอกเฟร์ เดอะ พริ้น ออฟ โฮมอส มงกุฎราชกุมาร ของคิง อีลิก ก็เป็นที่รักใคร่ของประชาชน จะด้วยพระปรีชาสามารถ ในทุกศาสตร์ หรือด้วยใบหน้าอันหล่อเหลาแม้อายุเพียง 9 พรรษา ก็เป็นที่ประจักสายตาทุกผู้ว่า เจ้าชายอลันเนสเหมาะสมที่จะเป็น มงกุฎราชกุมาร พร้อมจะขึ้น ราชบรรลัง ครองโฮมอสต่อไป เมื่อใกล้ถึงวันพระราชสมภพครบ 9 พรรษาของเจ้าชายคนสำคัญ การ์ดเชิญ ก็ถูกแจกจ่ายไปทั่ว สารทิศ รวมทั้งไปถึงมือของ สี่มหาเวช แห่งแอลเลสเทีย



สี่มหาเวชแห่งแอลเลสเทีย คือ นักเวชที่เก่งกาจที่สุดสี่คนแห่ง แอลเลสเทียจากเมืองต่างๆ ได้รับแต่งตั้งตำแหน่งนี้โดยตรงจาก คิง อีลิก ฮอกเฟร์ เพราะฉะนั้นเมื่อถึงวันพระราชสมภพของเจ้าชายคนสำคัญ ก็จำเป็นจะต้องไปเพื่อนเจริญสัมพันทไมตรี กับเมือง โฮมอส

ณ พระราชวัง อันโอ่อ่าอลังการของ ราชวงศ์ ฮอกเฟร์ทุกชีวิตในวังล้วนวุ่นวายกับการจัดเตรียมงานพระราชสมภพให้กับเจ้าชาย ทำให้พระราชวังที่เคยดูเงียบเงาบัดนี้ ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ครั้นผู้มาเยือนคณะแรกมาถึงบ่าวรับใช้ก็จัดการต้อนรับอย่างอบอุ่นและสมเกียต เพราะผู้มาเยือนคณะนี้มีเพียงสองคนเท่านั้น แต่ก็เป็นสองคนที่สำคัญ หนึ่งในนั้นคือ อิลลู ราอูล เดอะ เกรท วิซาร์ด ออฟ เมลิริน หนึ่งในสี่มหาเวชแห่งแอลเลสเทีย หรือ จะเรียกว่าผู้ที่เก่งกาจที่สุดใน จอมเวชทั้งสี่ก็ว่าได้ บุรุษร่างสูงก้าวเข้ามาในวังพร้อมกับเด็กชาย เจ้าของเรือนผมสีเทา อิลเล็กทีส ราอูล เดอะ วิซาร์ด ออฟ เมลิริน หรือบุตรชายเพียงคนเดียวของจอมเวชผู้นี้



อิลเล็กทีส ราอูล เดอะ วิซาร์ด ออฟ เมลิริน เด็กชายที่โดนขนามนามว่า เด็กชายผู้ไม่เคยยิ้มถึงแม้ใบหน้านั้นจะดูน่ารักน่าเอ็นดูเมื่อผู้อื่นได้เห็น แต่เด็กชายก็ไม่เคยแสดงอารมอะไรออกมาจากสีหน้าเลยแม่แต่น้อย ผิดกับเด็กคนอื่นที่มักจะวิ่งเล่นกับเพื่อนด้วยรอยยิ้ม อิลเล็กทีส ราอูล จึงไม่เคยมีเพื่อนเล่นซักคน

ร่างของคนเป็นพ่อรีบตรงเข้าไปหาหญิงสาวนางนึงผมสีเพลิงตัดกับสีผมของเขาที่เป็นสีน้ำเงินดุจท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เงียบสงบ
หว้าลูกชายของท่าน เฟรย่า เจอิล เดอะ วิชท์ ออฟ เฟเลนไม่มาหรอกรึ

เสียงดังมาจาก คนที่ได้ชื่อว่า ผู้เก่งกาจที่สุดในสี่จอมเวชแห่งแอลเลสเทีย อิลลู ราอูล ก่อนจะเบือนหน้ามาหาเจ้าลูกชายวัยห้าขวบ ซึ้งตอนนี้กำลังประหม่ากับพระราชวังอันโออ่า ร่างสูงย่อตัวเพื่อจะได้ทสนทณากับบุตรชายได้ถนัด

พ่อเคยได้ยินว่าหลังประราชวังนี้มีทุ่งดอกไม้ ที่งามมากอยู่ลูกลองไปเล่นระหว่างพ่อประชุมกับ จอมเวชอื่นๆดีมั้ย พ่อรู้ว่าเจ้าไม่ชอบ อีกอย่างเจ้าจะได้ศึกษาสมุนไพรเวทมนต์เพิ่มเติมด้วย

เด็กชายรับคำของผู้เป็นบิดาอย่างเข้าใจในธุระของบิดา ร่างสูงจึงยืนขึ้นแล้วเดินไปพร้อมกับ คฑา คู่ใจ เด็กชายมองตามหลังผู้เป็นบิดาด้วยความภาคภูมิยิ่งนัก และหวังว่าซักวันจะได้เป็นอย่างงั้น เพราะตอนนี้ เขาเป็นเพียง พ่อมดฝึกหัดเท่านั้น


ร่างจ้อยสาวเท้าเล็กๆไป ทั่วราชวังอันกว้างขวาง จะเพราะด้วยสิ่งสวยงามและแปลกตาทำให้เด็กชายตัวเล็ก หลงทางอยู่ในวังเป็นเวลานานกว่าจะผ่ามาถึงทุ่งหลังวังที่ผู้เป็นพ่อกล่าวถึงได้ เมื่อมาถึงทุ่งที่หมายเด็กชายรีบวิ่งไปใต้ต้นพฤษาใหญ่ อย่างเหนื่อยหล้า

ใบหญ้าพลิ้วไหวไปตามสายลมอ่อน กลิ่นเกสรดอกไม้ฟุ้งไปทั่วบริเวณ บวกกับสภาพอากาศอันบางเบาชวนให้เคลิ้มหลับยามอยู่ใต้ต้นพฤษาใหญ่เช่นนี้ ไม่ช้า เด็กชายก็ล้มตัวลงนอนโดยอาศัยเงาไม้อันร่มรื่นเป็นที่กำบังแสงแดด ไม่นาน อิลเล็กทิสก็หลี่เปลือกตาลงอย่างเหนือยอ่อนเพื่อพักผ่อนจากการหลงทางในราชวังอันอลังการของราชวงศ์ ฮอกเฟร์

ซวบ

เสียงนึงดังขึ้น แสดงถึงการมายืนของอีกหนึ่งชีวิต

หอมจัง

เสียงที่เอ่ยนั้นเบาราวกับต้องการจะพูดกับตัวเอง สะกิดให้เด็กชายเริ่มตื่นจางห้วงนิทรา เพียงแต่เพราะความงั่วเงียจึงไม่ลืมเปลือกตาขึ้นและฟังเสียงนั่นไม่ถนัด

อ๊ะ มีคนอยู่ตรงนี้ด้วย มาเล่นกัน นะนะ ๆ

เสียงนิรนามเอ่ยขึ้นอีกครั้ง แต่เป็นเสียงที่หวานไพเราะราวกับนางฟ้ามาเอ่ยก็ไม่ปาน สร้างความฉงนให้เด็กชายยิ่งนัก

ตื่นเถอะมาเล่นกัน!

คล่าวนี้เสียงหวานไม่กล่าวเฉยๆยังเขย่าตัวเขาอย่างถือสิด ในที่สุดเด็กชายจำต้องลืมตาขึ้น เผยให้เห็นนัยน์ตาสี ฟ้าคู่งาม แววดุถูกส่งให้คนตรงหน้าทันที

ภาพที่เด็กชายเห็นคือเด็กญ อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา นัยน์ตาสีทับทิมกำลังจ้องเขาด้วยแววตาทอประกายไร้เดียงสา ช่างเข้ากับเรือนผมสีชมพูอ่อนดุจไหมแพรพริ้วยามต้องสายลม ก่อนที่จะคลี่รอยยิ้มที่กระตุกหัวใจของ เจ้าของนามว่า อิลเล็กทีส

อิลเล็กทีส นิ่งเงียบจ้องเข้าไปในตาสีทับทิบของเด็กหญิง ทั้นที!



edit @ 2005/10/31 22:45:53
edit @ 2005/11/01 08:41:47

Comment

Comment:

Tweet


ชื่อแต่ละคนยาวจังเยย.....
#5 by Cardy (63.224.243.211) At 2005-10-24 05:41,
อ่า ทำให้ติดตาม ค่ะ จะรอนะจ๊ะ..
#4 by เบนจี้ At 2005-10-19 23:08,
มีตอนต่อๆไปแล้วละค่า ตามอ่านได้ที่Category -> IllextisAurora
#3 by AyA At 2005-10-19 22:45,
อ๊า...กส์ สีอ่านยากจัง
#2 by นักข่าว At 2005-10-19 22:24,
อย่างกับการ์ตูนclampเลย หนุกๆ ทำต่อด้วยล่ะ
#1 by Dy Mysteriis Dom Sathanas(NooN) (203.155.247.81) At 2005-10-19 22:13,

Ayaki[Aya]
View full profile